ขั้นตอนการให้ อาหารสายยางอย่างถูกวิธี และวิธีสังเกตอาการผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดการให้อาหารทางสายยาง (Enteral Feeding) เป็นกระบวนการที่ต้องใช้ความละเอียดและรักษาความสะอาดอย่างสูง เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับสารอาหารครบถ้วนโดยไม่มีภาวะแทรกซ้อนครับ
มือขั้นตอนการปฏิบัติแบบมืออาชีพที่ทำตามได้ง่ายๆ ที่บ้านครับ
1. ขั้นตอนการเตรียมการ (The Preparation)
ทำความสะอาด: ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ 7 ขั้นตอน และเช็ดทำความสะอาดโต๊ะวางอุปกรณ์
เตรียมอาหาร: ตรวจสอบอุณหภูมิอาหาร (ควรเป็นอุณหภูมิห้อง ไม่ร้อนหรือเย็นจัด) และกรองกากอาหารที่อาจทำให้สายตัน
จัดท่าผู้ป่วย: สำคัญมาก! ต้องยกหัวเตียงสูง 30-45 องศา (ท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน) เพื่อป้องกันการสำลักและกรดไหลย้อน
2. ขั้นตอนการให้ (The Feeding Process)
เช็กตำแหน่งสาย: ดูขีดเครื่องหมายบนสายว่าเลื่อนหรือไม่ และใช้กระบอกฉีดดึงดูน้ำย่อยเพื่อยืนยันว่าสายอยู่ในกระเพาะ
เช็กอาหารค้าง (Residual): หากดึงน้ำย่อยออกมาได้เกิน 50-100 cc ให้ใส่กลับคืนไปและเลื่อนมื้ออาหารออกไป 30-60 นาที
ไล่อากาศ: เทอาหารใส่กระบอกฉีด ไล่อากาศให้หมดก่อนต่อเข้ากับสายยาง
ปล่อยไหลช้าๆ: ยกกระบอกฉีดสูงกว่าระดับตัวผู้ป่วยประมาณ 20-30 ซม. ปล่อยให้อาหารไหลตามแรงโน้มถ่วง (ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาทีต่อมื้อ) ห้ามใช้ลูกสูบดันอาหารแรงๆ
ล้างสาย (Flush): เมื่ออาหารหมด ให้ตามด้วยน้ำต้มสุก 30-50 cc เพื่อล้างคราบอาหารไม่ให้สายตัน
3. การดูแลหลังให้อาหาร (Post-Feeding)
คงท่าเดิมไว้: ให้ผู้ป่วยนอนหัวสูงต่ออีกอย่างน้อย 1 ชั่วโมง ห้ามให้นอนราบทันที
ความสะอาดอุปกรณ์: ล้างกระบอกฉีดและภาชนะด้วยน้ำยาล้างจาน ล้างน้ำสะอาด และผึ่งให้แห้งในที่สะอาด
4. วิธีสังเกตอาการผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด (Monitoring)
สิ่งที่ต้องสังเกต สัญญาณที่ปกติ สัญญาณเตือนอันตราย (รีบพบแพทย์)
การหายใจ หายใจสม่ำเสมอ ไม่มีเสียงครืดคราด ไออย่างรุนแรง หน้าเขียว หอบเหนื่อย
หน้าท้อง นิ่ม ไม่โตผิดปกติ ท้องอืดตึง ปวดท้อง กระสับกระส่าย
ระบบขับถ่าย ถ่ายอุจจาระปกติ (1-2 วันครั้ง) ท้องเสียรุนแรง หรือท้องผูกนานกว่า 3 วัน
ผิวหนังรอบสาย แห้ง สะอาด ไม่มีรอยแดง มีหนองไหล บวมแดง หรือมีเลือดซึม
สภาพอาหาร ย่อยหมดตามเวลา อาเจียนออกมาเป็นอาหาร หรือดูดเช็กพบเลือด
💡 เคล็ดลับ
อย่าดูดเสมหะทันที: หากผู้ป่วยมีเสมหะ ควรดูดให้เรียบร้อย ก่อน เริ่มให้อาหาร หากจำเป็นต้องดูดหลังอาหารควรรออย่างน้อย 1-2 ชั่วโมงเพื่อกันการขย้อนครับ
พลาสเตอร์ติดจมูก: ควรเปลี่ยนพลาสเตอร์ที่จมูกทุก 1-2 วัน และขยับสายยางเล็กน้อยเพื่อป้องกันแผลกดทับภายในรูจมูก
⚠️ สัญญาณวิกฤต: หากขณะให้อาหารผู้ป่วยมีอาการ ไอ สำลัก หรือหน้าเขียว ให้หยุดให้อาหารและพับสายยางทันที จากนั้นรีบติดต่อพยาบาลหรือนำส่งโรงพยาบาลด่วนครับ