ผู้เขียน หัวข้อ: ขั้นตอนการให้ อาหารสายยางอย่างถูกวิธี และวิธีสังเกตอาการผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด  (อ่าน 6 ครั้ง)

siritidaphon

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 764
    • ดูรายละเอียด
ขั้นตอนการให้ อาหารสายยางอย่างถูกวิธี และวิธีสังเกตอาการผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด

การให้อาหารทางสายยาง (Enteral Feeding) เป็นกระบวนการที่ต้องใช้ความละเอียดและรักษาความสะอาดอย่างสูง เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับสารอาหารครบถ้วนโดยไม่มีภาวะแทรกซ้อนครับ

มือขั้นตอนการปฏิบัติแบบมืออาชีพที่ทำตามได้ง่ายๆ ที่บ้านครับ

1. ขั้นตอนการเตรียมการ (The Preparation)

ทำความสะอาด: ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ 7 ขั้นตอน และเช็ดทำความสะอาดโต๊ะวางอุปกรณ์

เตรียมอาหาร: ตรวจสอบอุณหภูมิอาหาร (ควรเป็นอุณหภูมิห้อง ไม่ร้อนหรือเย็นจัด) และกรองกากอาหารที่อาจทำให้สายตัน

จัดท่าผู้ป่วย: สำคัญมาก! ต้องยกหัวเตียงสูง 30-45 องศา (ท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน) เพื่อป้องกันการสำลักและกรดไหลย้อน


2. ขั้นตอนการให้ (The Feeding Process)

เช็กตำแหน่งสาย: ดูขีดเครื่องหมายบนสายว่าเลื่อนหรือไม่ และใช้กระบอกฉีดดึงดูน้ำย่อยเพื่อยืนยันว่าสายอยู่ในกระเพาะ

เช็กอาหารค้าง (Residual): หากดึงน้ำย่อยออกมาได้เกิน 50-100 cc ให้ใส่กลับคืนไปและเลื่อนมื้ออาหารออกไป 30-60 นาที

ไล่อากาศ: เทอาหารใส่กระบอกฉีด ไล่อากาศให้หมดก่อนต่อเข้ากับสายยาง

ปล่อยไหลช้าๆ: ยกกระบอกฉีดสูงกว่าระดับตัวผู้ป่วยประมาณ 20-30 ซม. ปล่อยให้อาหารไหลตามแรงโน้มถ่วง (ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาทีต่อมื้อ) ห้ามใช้ลูกสูบดันอาหารแรงๆ

ล้างสาย (Flush): เมื่ออาหารหมด ให้ตามด้วยน้ำต้มสุก 30-50 cc เพื่อล้างคราบอาหารไม่ให้สายตัน


3. การดูแลหลังให้อาหาร (Post-Feeding)
คงท่าเดิมไว้: ให้ผู้ป่วยนอนหัวสูงต่ออีกอย่างน้อย 1 ชั่วโมง ห้ามให้นอนราบทันที

ความสะอาดอุปกรณ์: ล้างกระบอกฉีดและภาชนะด้วยน้ำยาล้างจาน ล้างน้ำสะอาด และผึ่งให้แห้งในที่สะอาด


4. วิธีสังเกตอาการผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด (Monitoring)

สิ่งที่ต้องสังเกต       สัญญาณที่ปกติ                             สัญญาณเตือนอันตราย (รีบพบแพทย์)

การหายใจ           หายใจสม่ำเสมอ ไม่มีเสียงครืดคราด   ไออย่างรุนแรง หน้าเขียว หอบเหนื่อย
หน้าท้อง           นิ่ม ไม่โตผิดปกติ                           ท้องอืดตึง ปวดท้อง กระสับกระส่าย
ระบบขับถ่าย           ถ่ายอุจจาระปกติ (1-2 วันครั้ง)           ท้องเสียรุนแรง หรือท้องผูกนานกว่า 3 วัน
ผิวหนังรอบสาย   แห้ง สะอาด ไม่มีรอยแดง                   มีหนองไหล บวมแดง หรือมีเลือดซึม
สภาพอาหาร           ย่อยหมดตามเวลา                          อาเจียนออกมาเป็นอาหาร หรือดูดเช็กพบเลือด

💡 เคล็ดลับ
อย่าดูดเสมหะทันที: หากผู้ป่วยมีเสมหะ ควรดูดให้เรียบร้อย ก่อน เริ่มให้อาหาร หากจำเป็นต้องดูดหลังอาหารควรรออย่างน้อย 1-2 ชั่วโมงเพื่อกันการขย้อนครับ

พลาสเตอร์ติดจมูก: ควรเปลี่ยนพลาสเตอร์ที่จมูกทุก 1-2 วัน และขยับสายยางเล็กน้อยเพื่อป้องกันแผลกดทับภายในรูจมูก

⚠️ สัญญาณวิกฤต: หากขณะให้อาหารผู้ป่วยมีอาการ ไอ สำลัก หรือหน้าเขียว ให้หยุดให้อาหารและพับสายยางทันที จากนั้นรีบติดต่อพยาบาลหรือนำส่งโรงพยาบาลด่วนครับ